ผู้เขียน จะรวบรวมข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ที่มักโดนเอารัดเอาเปรียบ จากการไม่ร้องเรียน คิดว่าร้องเรียนไปก็ไม่เกิดประโยชน์
มีหน่วยงานที่คิดถึงในอันดับต้นๆเมื่อเราซื้อสินค้ามาไม่ดี มักจะร้องเรียนคือ สคบ.
กฎหมาย PL Laws ทราบว่าบรรจุให้นักเรียนชั้นประถมปีที่ 6 ได้ศึกษา สำหรับประชาชนทั่วไปอาจไม่รู้จัก เพียงแต่ว่าซื้อสินค้ามาแล้ว มีปัญหามักร้องเรียนไปยังสำนักคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ.
ปี พ.ศ. 2551 มีการอบรมและสัมมนาเรื่องนี้ค่อนข้างมาก เพราะโรงงานผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและผลิตอาหาร ถือว่ากฎหมายประเทศไทยมีผลบังคับใช้ แต่ก่อนซื้อสินค้ามา ผู้ซื้อหรือลูกค้าถูกเอารัดเอาเปรียบ หรือการผลิตไม่ดี ก่อให้เกิดอันตรายต่อลูกค้าหรือผู้ซื้อ ทั้งด้านชีวิตและทรัพย์สิน ประชาชนหรือผู้ซื้อต้องไปจ้างทนายมาฟ้องร้องผู้ผลิตและผู้เกี่ยวข้องให้รับผิดชอบ ทั้งเสียเวลาและค่าใช้จ่าย ชาวบ้านหรือประชาชนมักละเลย แต่พอกฎหมายนี้ออกมาแล้ว ดีมาก พบปัญหาสามารถร้องเรียนไปยัง สคบ. ทีนี้หลังกลับม้วน ฝ่ายโรงงานผู้ผลิตและผู้เกี่ยวข้องต้องไปพิสูจน์ หากต้นเหตุของความผิดพลาดจากเกิดจากผู้ผลิตและผู้เกี่ยวข้อง ต้องแสดงความรับผิดชอบและชดใช้ประชาชน
ส่วนเรื่องรถยนต์ เป็นสินค้าราคาแพง ในต่างประเทศเวลามีข่าวความผิดพลาดจากผู้ประกอบการ มักถูกศาลสั่งให้ต้องชดใช้เป็นเงินมโหฬาร เร็วๆนี้ มีข่าวรถยนต์ค่ายหนึ่ง (ไม่ใช่รถยนต์ค่ายญี่ปุ่น ตามรูป เพียงแต่ญาติผู้เขียนใช้สิทธิซื้อปีที่แล้ว ได้สิทธิลดหนึ่งแสนบาท) ขับรถยนต์ซีซีต่ำหน่อย ย่อมประหยัดน้ำมัน ไม่ขับเกิน 90 กม./ ชม. ลดค่าน้ำมันไปอีก 30 %
เมื่อปีที่แล้วรถยนต์ขายดี เทคโนโลยี่ของทุกค่ายมีทั้งจุดอ่อนจุดแข็ง แต่มียี่ห้อหนึ่งที่กำลังเป็นข่าวในไทยว่าระบบส่งกำลังเครื่องยนต์มีปัญหา นำ 12 คัน มาทดสอบพิสูจน์ไปเมื่อเร็วๆนี้ ว่าเป็นความจริง แล้วทุกคันที่อยู่ในท้องตลาดจะทำอย่างไร ฟังข่าวย่อมกังวลแทนคนซื้อรถค่ายนั้น เพราะเกียร์สามารถรันเองได้ คำว่าเกียร์ทำงานเอง คนขับย่อมกลัวเรื่องความปลอดภัยทันที ดีว่าญาติของผู้เขียนไม่ได้ใช้รถรุ่นนั้นซึ่งเป็นรุ่นขายดีของค่ายรถยนต์นั้นด้วย
โรงงานกังวลและพูดถึงกฎหมายตัวนี้กันมากตั้งแต่ปี 2542 ยุคนั้น มีข่าวออกมาว่าจะเกิด PL Laws ทำให้โรงงานกังวลว่ากฎหมายนี้ออกมาบังคับใช้เมื่อใด คงถูกฟ้องอาจจะทำให้โรงงานต้องชดใช้จนปิดโรงงานหรือไม่ เพราะกลัวเป็นแบบต่างประเทศที่ศาลให้ชดใช้และชดเชยเป็นเงินให้กับผู้ซื้อหรือลูกค้าอย่างมโหฬาร แต่ในปี 2551 มีสัมมนาโดยวิทยากรที่เป็นผู้พิพากษา มาให้ความรู้ บางตอนกล่าวถึงค่าชดใช้หากเกิดปัญหาขึ้นประมาณสามเม่าของค่าเสียหายจริง บวกค่าตกใจหรือเราเรียกว่าค่าทำขวัญบ้าง ทำให้ผู้ประกอบการสบายใจขึ้นมาก ผู้เขียนมองว่า ผู้ผลิตโดยตรง หรือแม้แต่ผู้นำเข้าสินค้ามาจากต่างประเทศ ควรมีความรับผิดชอบสูง ตั้งใจผลิตอย่างดี ออกแบบรัดกุม ไม่ก่อให้เกิดอันตรายใดๆต่อผู้บริโภค ไม่เห็นต้องกลัวกฎหมายนี้เลย..................
วันที่ 30 มีนาคม 2557 ไปเลือก สว แล้ว ว่าจะหาเวลามาเขียนบทความต่อ รู้สึกเบื่อการเมืองไทย เลยไปหากาแฟกินนอกบ้านกับเพื่อนและน้องๆ ISO Free Lance สุดท้ายบทความเลยไม่คืบหน้า เอาเป็นว่าจะหาเวลามาเขียนเรื่อยๆ
เขียนต่อคราวหน้า