วันจันทร์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2556

PL Laws : Blog 4

PL Laws : Blog 4

ผู้เขียน จะรวบรวมข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ที่มักโดนเอารัดเอาเปรียบ จากการไม่ร้องเรียน คิดว่าร้องเรียนไปก็ไม่เกิดประโยชน์ 
มีหน่วยงานที่คิดถึงในอันดับต้นๆเมื่อเราซื้อสินค้ามาไม่ดี มักจะร้องเรียนคือ สคบ.

กฎหมาย PL Laws ทราบว่าบรรจุให้นักเรียนชั้นประถมปีที่ 6 ได้ศึกษา สำหรับประชาชนทั่วไปอาจไม่รู้จัก เพียงแต่ว่าซื้อสินค้ามาแล้ว มีปัญหามักร้องเรียนไปยังสำนักคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. 

ปี พ.ศ. 2551 มีการอบรมและสัมมนาเรื่องนี้ค่อนข้างมาก เพราะโรงงานผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและผลิตอาหาร ถือว่ากฎหมายประเทศไทยมีผลบังคับใช้ แต่ก่อนซื้อสินค้ามา ผู้ซื้อหรือลูกค้าถูกเอารัดเอาเปรียบ หรือการผลิตไม่ดี ก่อให้เกิดอันตรายต่อลูกค้าหรือผู้ซื้อ ทั้งด้านชีวิตและทรัพย์สิน ประชาชนหรือผู้ซื้อต้องไปจ้างทนายมาฟ้องร้องผู้ผลิตและผู้เกี่ยวข้องให้รับผิดชอบ ทั้งเสียเวลาและค่าใช้จ่าย ชาวบ้านหรือประชาชนมักละเลย แต่พอกฎหมายนี้ออกมาแล้ว ดีมาก พบปัญหาสามารถร้องเรียนไปยัง สคบ. ทีนี้หลังกลับม้วน ฝ่ายโรงงานผู้ผลิตและผู้เกี่ยวข้องต้องไปพิสูจน์ หากต้นเหตุของความผิดพลาดจากเกิดจากผู้ผลิตและผู้เกี่ยวข้อง ต้องแสดงความรับผิดชอบและชดใช้ประชาชน





ส่วนเรื่องรถยนต์ เป็นสินค้าราคาแพง ในต่างประเทศเวลามีข่าวความผิดพลาดจากผู้ประกอบการ มักถูกศาลสั่งให้ต้องชดใช้เป็นเงินมโหฬาร เร็วๆนี้ มีข่าวรถยนต์ค่ายหนึ่ง (ไม่ใช่รถยนต์ค่ายญี่ปุ่น ตามรูป เพียงแต่ญาติผู้เขียนใช้สิทธิซื้อปีที่แล้ว ได้สิทธิลดหนึ่งแสนบาท) ขับรถยนต์ซีซีต่ำหน่อย ย่อมประหยัดน้ำมัน ไม่ขับเกิน 90 กม./ ชม. ลดค่าน้ำมันไปอีก 30 % 

เมื่อปีที่แล้วรถยนต์ขายดี เทคโนโลยี่ของทุกค่ายมีทั้งจุดอ่อนจุดแข็ง แต่มียี่ห้อหนึ่งที่กำลังเป็นข่าวในไทยว่าระบบส่งกำลังเครื่องยนต์มีปัญหา นำ 12 คัน มาทดสอบพิสูจน์ไปเมื่อเร็วๆนี้ ว่าเป็นความจริง แล้วทุกคันที่อยู่ในท้องตลาดจะทำอย่างไร ฟังข่าวย่อมกังวลแทนคนซื้อรถค่ายนั้น เพราะเกียร์สามารถรันเองได้ คำว่าเกียร์ทำงานเอง คนขับย่อมกลัวเรื่องความปลอดภัยทันที ดีว่าญาติของผู้เขียนไม่ได้ใช้รถรุ่นนั้นซึ่งเป็นรุ่นขายดีของค่ายรถยนต์นั้นด้วย


โรงงานกังวลและพูดถึงกฎหมายตัวนี้กันมากตั้งแต่ปี 2542 ยุคนั้น มีข่าวออกมาว่าจะเกิด PL Laws ทำให้โรงงานกังวลว่ากฎหมายนี้ออกมาบังคับใช้เมื่อใด คงถูกฟ้องอาจจะทำให้โรงงานต้องชดใช้จนปิดโรงงานหรือไม่ เพราะกลัวเป็นแบบต่างประเทศที่ศาลให้ชดใช้และชดเชยเป็นเงินให้กับผู้ซื้อหรือลูกค้าอย่างมโหฬาร แต่ในปี 2551 มีสัมมนาโดยวิทยากรที่เป็นผู้พิพากษา มาให้ความรู้ บางตอนกล่าวถึงค่าชดใช้หากเกิดปัญหาขึ้นประมาณสามเม่าของค่าเสียหายจริง บวกค่าตกใจหรือเราเรียกว่าค่าทำขวัญบ้าง ทำให้ผู้ประกอบการสบายใจขึ้นมาก ผู้เขียนมองว่า ผู้ผลิตโดยตรง หรือแม้แต่ผู้นำเข้าสินค้ามาจากต่างประเทศ ควรมีความรับผิดชอบสูง ตั้งใจผลิตอย่างดี ออกแบบรัดกุม ไม่ก่อให้เกิดอันตรายใดๆต่อผู้บริโภค ไม่เห็นต้องกลัวกฎหมายนี้เลย..................

วันที่ 30 มีนาคม 2557 ไปเลือก สว แล้ว ว่าจะหาเวลามาเขียนบทความต่อ รู้สึกเบื่อการเมืองไทย เลยไปหากาแฟกินนอกบ้านกับเพื่อนและน้องๆ ISO Free Lance สุดท้ายบทความเลยไม่คืบหน้า เอาเป็นว่าจะหาเวลามาเขียนเรื่อยๆ

เขียนต่อคราวหน้า


วันพุธที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2556

Bank Service : Blog 3

การให้บริการของธนาคารที่มีต่อลูกค้า กับ ISO : Blog 3

ผู้เขียนกล่าวว่า ISO/IEC 27001:2005 ทำให้ลูกค้าเชื่อมั่น & สคบ. ที่พึ่งประชาชน ต่อไปใครมีปัญหาถูกเอารัดเอาเปรียบทางการเงินให้แจ้งไปยัง 1213 หรือ ศูนย์คุ้มครองผู้ให้บริการทางการเงินธนาคารแห่งประเทศไทย 
วันนี้ผู้เขียน อ่านพบข้อความว่า ไม่ว่าเรื่องเล็ก เรื่องน้อย หรือเรื่องใหญ่ ให้ประชาชน หรือผู้บริโภค ควรต้องร้องเรียนไปยัง สคบ. ถ้าการเงินให้ร้องเรียนไปที่ธนาคารแห่งประเทศไทย

นึกขึ้นได้ตอนไปสัมมนา ISO 27001:2005 Information Security Management System: ISMS หรือ ระบบการบริหารการปกป้องรักษาข้อมูลสารสนเทศ ทำให้รู้เพิ่มขึ้น มีกฎหมายเกี่ยวกับสิทธิอีกมากมายที่ชาวบ้าน หรือประชาชนควรรู้ และศึกษา เป็นประโยชน์ในการดำรงชีวิตประจำวัน
*********************************************************************************


คอนโดมีเนี่ยมมุมมองด้านบริการ: Blog 2

ศุภาลัย ปาร์ค เกษตร ดินแดนที่ต้องระวังโดนล๊อคล้อ & ISO : Blog 2
ISO9001:2008 ทำให้ลูกค้าพึงพอใจ & สคบ. ก็ยังเป็นที่พึ่งประชาชน
แต่กรณีนี้ ผู้เขียนลองส่งเรื่องไปให้สำนักนายกรัฐมนตรี บ้านเลขที่ 1 พิจารณาตีความช่วยเหลือประชาชนและลูกค้าของศุภาลัย
 
ที่มาของเรื่อง ณ วันที่ 13 เดือนห้า หลายปีผ่านมาแล้ว วันนั้นผู้เขียนรู้สึกว่าถูกปล้นกลางเมือง ไปเยี่ยมญาติที่ศุภาลัย ปาร์ค แยกเกษตร จอดรถผิดที่ถูกปรับเงินหนึ่งพันบาท เจ้าหน้าที่ศุภาลัยบอกว่า เมื่อขับรถยนต์เข้ามายามแจ้งแล้ว จึงชี้แจงกลับไป ยามไม่มีแจ้งด้วยวาจาเลย ให้แผ่นการ์ดสีเหลืองที่ยื่นให้มา ก็เหมือนเราเข้าห้าง แจกโน่นแจกนี่ ระหว่างขับหรือจอด ไม่เฉลียวใจและไม่ได้อ่าน หลังโดนล๊อคล้อรถยนต์และปรับเงิน ไปสำรวจดู ป้ายลานจอดรถยนต์ ก็บอกไม่ชัดเจน ขนาดของป้ายดูเล็กไป สีอักษรไม่เด่น สูงกว่าระดับสายตา ป้ายไม่เน้น และขนาดเล็กไป

จาก Blog ที่ 1 ผู้เขียนเตือนเรื่อง Annual Fee ของการเรียกเก็บจากบัตรเครดิต เพราะว่าจะเป็นบรรทัดฐานต่อส่วนรวม และไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบ เป็นธรรมซึ่งกันและกัน
ISO/IEC 27001 ทำให้ลูกค้าเชื่อมั่น & สคบ. ที่พึ่งประชาชน 
วันนั้นผู้เขียน ประสงค์จะเขียนบทความเพื่อสังคม โดยไม่เกี่ยวข้องกับบริษัท KS Nation Consultant Co.,Ltd. เพราะมองว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชน หรือลูกค้าที่ถูกเอารัดเอาเปรียบ นอกจากนี้ยังต้องการให้สังคมมีบรรทัดฐาน ยอมรับว่า ก่อนหน้านี้ ประชาชนมักถูกบางบริษัทของสถาบันการเงิน บริษัทบัตรเครดิต บริษัทก่อสร้างคอนโดและอื่นๆ เอารัดเอาเปรียบ หรือไม่เกิดความเป็นธรรม คิดว่าร้องเรียน สคบ. ไปแล้ว ก็คงเงียบ แต่วันนี้ผู้เขียน อ่านพบข้อความว่า ไม่ว่าเรื่องเล็ก เรื่องน้อย หรือเรื่องใหญ่ ให้ประชาชน หรือผู้บริโภค ควรต้องร้องเรียนไปยัง สคบ. และ สคบ. มีติดตามผลให้จริง หวังพึ่งพิงได้แน่นอน ต่อไปทุกคนควรช่วยงาน สคบ. พบสิ่งไม่เป็นธรรมในสังคมต่อผู้บริโภค ต้องร้องเรียนให้มีการแก้ไขและปรับปรุงให้ถูกต้อง หากการกระทำไม่ชอบโดยกฎหมายต้องมีบทลงโทษ ความรู้เหล่านี้ ผู้เขียนได้เรียนรู้จากการร้องเรียนไปที่ สคบ. และนึกขึ้นได้ตอนไปสัมมนา ISO 27001 Information Security Management System: ISMS หรือ ระบบการบริหารการปกป้องรักษาข้อมูลสารสนเทศ ทำให้รู้เพิ่มขึ้น มีกฎหมายเกี่ยวกับสิทธิอีกมากมายที่ชาวบ้าน หรือประชาชนควรรู้ และศึกษา เป็นประโยชน์ในการดำรงชีวิตประจำวัน

ในระหว่างที่รถยนต์โดนล๊อคไม่รู้ตัว มียามมายืนตะโกนบอกว่ารถที่จอดผิดที่จะโดนปรับ กลับไม่มีหมายเลขรถของผู้เขียน จึงเข้าใจว่าจอดถูกต้อง สุดท้ายได้ข้อมูล มีลูกค้าและผู้มาเยี่ยมถูกปรับทุกเดือน ทำไม จึงไม่แก้ไขให้ตรงจุด ทางเข้าต้องมีป้ายขนาดใหญ่แจ้งเด่นชัด นำใบเอกสารมาอ่านทีหลัง ไม่จ่ายค่าปรับ 1,000 บาท จะโดนข้อหาบุกรุก ทำไมจึงเอาข้อกฏหมายมาเอาเปรียบประชาชน และในมูลเหตุแห่งความจริง คือ ไม่ใช่การบุกรุก น่าจะใช้กฎหมายในทางที่ดีและสร้างสรรค์ต่อสังคม หรือทำให้ลูกค้าและผู้มาเยี่ยมเยียนประทับใจในทางบวก เกิดความพึงพอใจแบบองค์กรที่ทำมาตรฐาน หรือระบบการบริหารคุณภาพ ISO9001


ตั้งกติกาเอง ปรับสูงกว่าค่าแรงวันละสามร้อย เป็นแรงงานต้องทำงานสามวันกว่า
และระบุลูกค้าบุกรุกหากไม่จ่ายพันบาท ไม่น่าถูกต้องกับความเป็นจริง

นึกอย่างสุจริตชน หรือพูดง่ายๆ คิดแบบชาวบ้าน เมื่อทุกคนเข้าไปถูกต้องตามระเบียบของศุภาลัยกรุ๊ป รับแจ้งเวลาเข้าผ่านยามประตูหน้าทุกคัน รับใบเล็กๆ ลงเวลาเข้า-ออก จะบุกรุกได้อย่างไร จึงขอสื่อสารผ่านทุกท่านทราบ จะได้ไม่เสียความรู้สึก เสมือนถูกปล้นกลางเมือง หรือเสมือนเป็นกับดักลูกค้า ถ้าศุภาลัยกรู๊ปได้รางวัลสังคม ต้องคัดค้านว่า ตั้งกฎที่เอาเปรียบสังคมหรือไม่ จิตใจผู้เขียน ซึ่งเป็นเสมือนลูกค้า หรือผู้มาเยี่ยมเยียน เข้าไปประสบเหตุการณ์แบบนี้ ย่อมรู้สึกไม่พึงพอใจในบริการแล้ว และศุภาลัยมีสิทธิปรับหนึ่งพันบาทด้วยอำนาจรัฐธรรมนูญ มาตราใด ในเมื่อลานจอดรถของศุภาลัย มองหาไม่เห็นป้ายใหญ่เพียงพอ ควรและต้องระบุชัดเจนว่า บุคคลภายนอกจอดที่ไหนได้บ้าง หรือจะให้กับดักยังคงอยู่ต่อไป เงินส่วนนี้ควรนำไปบริจาคให้สภากาชาดไทย เพื่อแสดงว่าไม่นำไปใช้ประโยชน์ส่วนตน จะได้สร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าและผู้มาเยี่ยมเยียน ลดอาการที่เกิดเสียความรู้สึกทางใจ หากเราเดินเข้าซอยเปลี่ยวยามวิกาล ถูกโจรปล้น ก็คงต้องยอมรับสภาพ แต่เข้าไปเยี่ยมญาติด้วยความรู้สึกที่ดี กลับออกมามีความรู้สึกเหมือนถูกปล้น ขอขอบคุณทุกท่านช่วยกันแจ้งเตือนลูกค้า ผู้เข้าไปเยี่ยมเยียน และประชาชนที่มีโอกาสสัญจร หรือหลงทางเข้าไปก็ตาม จะได้ไม่มีความรู้สึกเสมือนโดนปล้น แต่ถูกกฎของศุภาลัย กรุ๊ป


ล็อคและไข ใช้เวลา 10 นาที เรียกเงินหนึ่งพันบาท เข้าข่ายขัดต่อกฎหมายใดหรือไม่
เกินควรหรือไม่
ในขณะที่สังคมส่วนรวม ค่าแรงวันละสามร้อยบาท ปาดเหงื่อทั้งวัน

แต่ลูกค้า และผู้ไปเยี่ยมเยียนญาติเสียความรู้สึกอย่างที่สุด เงินหนึ่งพันไม่ได้เสียดาย แต่ควรใช้แบบมีคุณค่า มุมมองของผู้เขียนว่า ควรกำหนดระเบียบแบบรัฐศาสตร์ ในเมื่อศุภาลัย (Supalai Park) มีข้อบกพร่องมากมาย หากนำวิธีการของมาตรฐาน ISO 9001 มาตรวจประเมิน จึงสมควรปรับปรุงตนเอง โดยใช้วิธีการเตือนในครั้งแรกที่พบ หรือจะขึ้นทะเบียนผู้ที่ได้เคยเตือนก็ได้ จากนั้นยังพบครั้งที่สองอาจปรับ ครั้งที่สามถือว่าจงใจไม่ทำตามระเบียบ ค่อยปรับสูงขึ้น หรือห้ามเข้า 


ทางเข้า ณ วันนั้น ไม่มีการชี้บ่งให้เห็นชัดเจนให้จอด และห้ามจอดที่ใด ยามไม่มีแจ้งใดๆ
ผู้มาเยี่ยมเยี่ยน มีโอกาสเข้าไปโดนล๊อคล้อสูงมาก



สิ่งบกพร่องที่พบเห็นชัดเจน ดังนี้
1 ตั้งแต่ทางเข้าดินแดนศุภาลัย ปาร์ค เกษตรบางเขน ไม่มีป้ายขนาดใหญ่เตือน (วันนี้ทำหรือยัง ก็ไม่ทราบ)
2 ยามไม่มีแจ้งให้ลูกค้าทราบเลย แต่ผู้รักษากฎจะปรับสถานเดียว อ้างว่ายามแจ้งแล้ว หลังทราบความจริง ยามไม่มีแจ้ง กลับเฉย (เมย)
บกพร่องเรื่องการสื่อสารข้อมูลให้กับลูกค้า
3 เข้าไปไม่รู้ว่าตรงไหน พื้นที่ใด ลูกค้าจอดได้ (ขาดการชี้บ่งชัดเจน)
4 ป้ายเตือนที่ลานจอดรถยนต์ บอกไม่ชัดเจน คือขนาดของป้ายดูเล็กไป สีอักษรไม่เด่น สูงกว่าระดับสายตา ป้ายไม่เน้น และขนาดเล็กไป เชื่อว่าหลายคนจอดรถแล้ว อาจไม่หันไปมองด้านหลัง มองมุมสูง หรือเงยหน้าขึ้น


มองไปตำแหน่งทิศ 10 นาฬิกา มุมบนด้ายซ้ายมือของภาพ แขวนบนลำต้นไม้ ป้ายขนาดเล้ก
อักษรสีขาว พื้นสีเขียวกลมกลืนกับสภาพแวดล้อม
คือ ป้ายเตือนที่ไม่ชัดเจน
ขนาดเล้ก ด้านหลังรถที่ผู้เขียนจอด ก็เช่นกัน ปิดประตูรถ เดินออกไปทำธุระ
คงไม่มีใครสังเกตุเห็นทุกคน คนที่ไม่สังเกต ผลลัพธ์ที่ได้คือ เสียหนึ่งพันบาท
กลับกันเงินนี้ถ้าบริจาคให้สภากาชาดไทยจะรู้สึกดีใจ สบายใจ

5 ดูภาพที่เจ้าหน้าที่ยืนถ่ายภาพตอนมาปลดล๊อค พบว่า มีลูกค้าและผู้มาเยี่ยมเยียนหรือ เยือนแล้วโดนปรับเสมอ ได้ข้อมูลจากยามก็ตกใจ แม้แต่ผู้จัดการคอนโดมีเนียม ก็พูดว่ามีบ่อย จึงทำให้คิดต่างๆนาๆ ใน ISO ถือว่าระดับผู้จัดการและผู้รับผิดชอบขาดปฏิบัติการแก้ไข (Corrective Action: CA) ปัญหาเกิดบ่อย และยังปล่อยให้เกิดซ้ำ (Re-Occurence)
6 ขาดการวิเคราะห์ปัญหา (Lack of Analysis) ยังปล่อยให้แนวโน้มปัญหาคงอยู่
7 ขาดปฏิบัติการป้องกัน (Preventive Action) การปรับลูกค้า ต้องลดลง คือ ต้องไม่มีเหตุการณแบบนี้
8 นำปัญหานี้ไปสะท้อน ขอให้ทบทวนนโยบาย (Policy) ขององค์กร เพื่อสร้างความพึงพอใจให้กับทุกคนที่มีโอกาสเหยียบย่างเข้าไปในดินแดนศุภาลัย กรุ๊ป ทั่วทั้งประเทศ 
9 โซนอื่นมีลักษณะนี้หรือไม่ หากพบว่ามี คงต้องไปกำหนดวัตถุประสงค์ (Objective) ขององค์กร ทำอย่างไร ให้บรรลุถึงความประทับใจให้กับลูกค้า ผู้มาเยี่ยมเยียน หรือแม้แต่ผู้หลงทาง ผู้เขียนคิดว่าอาจจะมี ก็เมืองกรุง โอกาสหลงทางกันได้เสมอ เกิดเคราะห์หามยามร้าย หลุดเข้าไป โดนอีกพันบาท ตามสุภาษิทไทยเรียก 
"ผีซ้ำด้ามพลอย"

ข้อแนะนำเพิ่มเติม:
10 แนะนำให้ทำการตรวจติดตาม (Internal Audit) เพื่อการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ทุกครั้งที่ปรับเงินลูกค้า นำข้อมูลมาวิเคราะห์หาสาเหตุของรากเหง้าว่าทำไมลูกค้าจึงจอดผิดที่ หรือไม่เข้าใจใดบ้าง ยิ่งปรับมากราย ใน ISO 9001 เสมือนออก CAR หรือข้อบกพร่องบ่อยครั้ง สะท้อนว่าระบบการทำงานของศุภาลัยในกรณีนี้ ขาดประสิทธิผล (Effectiveness) อย่างยิ่ง
11 หัวข้อนี้ถือว่าสำคัญ การทำ ISO9001 ถือว่าเป็นเรื่องลูกค้าร้องเรียน เมื่อรู้ผลสะท้อน (Feed Back) จากลูกค้าต้องเอาไปเรียนให้ผู้บริหาร (Top Management) ช่วยตัดสินใจ หรือสั่งแบบ Management Review Output หรือว่า ยังต้องการค่าปรับล๊อคล้อ ความหมาย คือปรับเงิน จะเป็นกระทำโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ก็ตาม แต่ที่สำคัญที่สุด เป็นการกระทำที่สร้างความไม่พึงพอใจให้กับลูกค้าท่านอย่างที่สุด โดยแสดงเป็นความมุ่งมั่นออกมา (Commitment)

ผู้เขียนเปรียบเทียบว่า หากตัวเองเข้าซอยเปลี่ยวยามวิกาลแล้วโดนโจรปล้น กลับไม่เสียความรู้สึก เพราะทั้งสองเหตุการณ์มองกลับผู้เขียนก็คงมีส่วนผิดพลาดด้วยเช่นกัน ผิดผลาดสิ่งแรก อาจเพราะประมาท หรือดวงตกจึงพบกับโจรในซอยเปลี่ยว แต่ผิดพลาดสิ่งที่สอง เพราะจอดไม่ดูตาม้าตาเรือที่ศุภาลัย และไม่ถามตอนเข้ามาว่า ที่นี่มีกฎระเบียบใดบ้างที่ต้องปฏิบัติตาม เพราะเข้าใจผิดว่าจุดที่โดนล๊อคล้อนั้น ให้จอดได้นับเป็นการจอดครั้งที่สอง เพราะเคยไปเยี่ยมญาติมาแล้วหนึ่งครั้ง แต่ไม่ได้สังเกตุเห็นป้ายเตือนขนาดเล็ก ป้ายที่ไม่ชัดเจน เพราะไม่เห็นแล้วสดุดใจ เลยมีความรู้สึกเหมือนเป็นกับดัก ทำให้เกิดความรู้สึก เสมือนว่าเราถูกปล้นกลางเมือง

ผู้เขียนตัดสินใจเขียนบทความเตือนท่านทั้งหลาย อ่านแล้วขอให้เป็นบรรทัดฐานของสังคมเพียงว่า ศุภาลัยกรุ๊ป มีสิทธิปรับหนึ่งพันบาทตามรัฐธรรมนูญมาตราใด (ถ้ามี) คงต้องยอมรับใช่หรือไม่ ในทางตรงข้ามที่เป็นลูกค้า/ผู้มาเยือนท่าน กลับออกไปด้วยความไม่ประทับใจ ฝังใจกับภาพพจน์ที่คิดว่าเป็นลบ สังคมไทยต้องปล่อยให้เป็นแบบนี้ตลอดไปหรือ อะไรควร อะไรไม่ควรต่อแขกผู้มาเยือนดินแดนแห่งหนึ่งที่ถือว่าเป็นยักษ์ใหญ่ในวงการก่อสร้างบ้านและคอนโดมีเนียม แล้วบริษัทบ้านและคอนโดทีเนียมอื่นๆ เป็นลักษณะนี้หรือไม่ 



ทางออกศุภาลัย ปาร์ค เกษตร บางเขน ดินแดนที่ผู้เขียนได้สื่อสาร
ให้ระมัดระวัง
ไม่มีการแจ้งเตือนและป้ายเตือนใดๆ


สุดท้ายขับรถยนต์ออกมาเพราะต้องรีบกลับบ้าน ยอมจ่ายค่าปรับเงินไปหนึ่งพันบาท เพราะคุยไปแล้ว คงไม่เกิดผล ดูแล้ว ตั้งใจ/ต้องปรับลูกค้าสถานเดียว ไม่มีการยืดหยุ่น พูดเป็นคำเดียวต้องปรับหนึ่งพันบาท คงปรับมามากมาย แล้วในใจไม่มีคำว่า Service Mind ใช่ไหม ต้องใช้กฎที่มาจากความบกพร่องของศุภาลัยตั้งแต่แรกเข้าแล้วใช่ไหม ขอให้ตอบตนเอง นำไปสู่ Continual Improvement หรือ การปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง พูดอย่างติดตลก อย่าไปตั้งเป้าหมาย (Target) หรือ KPI ว่า เดือนหนึ่งต้องปรับลูกค้าได้กี่ราย แต่ควรพิจารณาจะทำอย่างไร ป้องกันไม่ให้ลูกค้าจอดผิด ซึ่งศุภาลัย ต้องไปแก้ไขตั้งแต่ข้อ 1-10 และรายงานให้ผู้บริหารระดับสูงทราบด้วย

จากนั้นจึงขับรถยนต์ออกมาจอดรถยนต์หน้าทางออก สำรวจดูไม่มีการชี้บ่ง บอกเตือนใดๆ จึงต้องเตือนประชาชนทั่วไป เข้าไปก็มีโอกาสประสบเหตุการณ์เช่นเดียวกันกับผู้เขียน 

กลับกันองค์กรนี้ หากพูดเปรียบเทียบถึง ISO/IEC 27001 ถือว่าใช้ได้ ตั้งแต่แรกเข้าพบกล้องวงจรปิด ระบบรักษาความปลอดภัยดี มียามตรวจตราหลายจุด ผู้มาเยือนและลูกค้า มีความมั่นใจว่า อยู่ข้างในดินแดนแห่งนี้ ไม่มีโอกาสโดนโจรปล้นแน่นอน หากทำระบบนี้ข้อมูลสารสนเทศของลูกค้า ต้องได้รับการปกป้องการเข้าถึงแบบมีระบบ สร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า ปัญหานี้คงต้องรอว่าสำนักนายกรัฐมนตรีจะตีความอย่างไร หรือควรส่งเรื่องไปยัง สคบ. ด้วย เพราะเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภคเช่นกัน ส่วนภายในศุภาลัยน่าจะรายงานให้ผู้บริหารทำให้ลูกค้าพึงพอใจและประทับใจ หากพูดเปรียบเทียบถึง ISO 9001 น่าจะถือเป็นหัวใจหรือยุทธศาสตร์สำคัญสำหรับธุรกิจประเภทนี้ นั่นคือ Customer Satisfaction หรือ ความพึงพอใจของลูกค้า ในข้อกำหนด ระบุไว้ว่า ให้มีการสำรวจความพึงพอใจของลูกค้า จุดประสงค์ เพื่อทราบสิ่งที่ลูกค้าต้องการ (Needs) และสิ่งที่ลูกค้าคาดหวัง (Expectation) หวังว่าความทรงจำที่ไม่ดี ที่เกิดในใจลูกค้าจะได้รับการปรับปรุงไปในทางสร้างสรร โดยไม่อ้างกฎที่ตนเองตั้งขึ้นจะเป็นการกระทำที่ชอบหรือไม่ชอบโดยเจตนารมณ์ของกฎหมาย 

สิ่งสำคัญตามกฎหมายอาคารและคอนโดมีเนียม ระบุ ให้ตั้งกฎแบบนี้ได้เพื่อรักษาระเบียบสำหรับผู้ฝ่าฝืน แต่ต้องมีการประกาศให้ทราบชัดเจน ผู้เขียนมองว่า ยังกระทำไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เพราะต้องมีประกาศให้บุคคลภายนอกทราบด้วย ประกาศต้องมีลงเรื่อง วันที่ประกาศและมีผลบังคับใช้วันที่เท่าไร พร้อมลงนามโดยนิติสำนักงาน ทางเข้ามาไม่เห็นแม้แต่ประกาศใดๆให้ผู้มาเยือนรับทราบชัดเจน ณวันนั้นยามรักษาการณ์ไม่มีแจ้งใดๆ น่าจะถือได้ว่ามีการกระทำที่ไม่สอดคล้องกับกฎหมายอาคารและคอนโดมีเนียมเกิดขึ้น ณ ศุภาลัย ปาร์ค เกษตร (Supalai Park Kaset)

เรื่องนี้ที่ผู้เขียน ยกมาช่วยร้องเรียน หรือป่าวประกาศ เพราะเห็นว่ามีหลายคนตกเป็นเหยื่อ ไปค้นในเนตพบอีกหลายหลายร้องเรียนเรื่องนี้เช่นกัน เกี่ยวกับการใช้กฎเกณฑ์ โดยอ้างตามกฎหมายให้สิทธิ แต่ใช้ผิดเจตนารมณ์หรือไม่ เมื่อการชี้แจงของศุภาลัย ปาร์คก็ไม่ดี สื่อสารไม่ชัดเจน ก่อนหน้านี้ผู้เขียนไม่แน่ใจ สคบ. จะช่วยประชาชนหรือไม่ ปรกติ ชีวิตเราก็มักถูกเอารัดเอาเปรียบจากผู้ประกอบการ แต่เห็นว่าเรื่องเล็กๆ ร้องเรียนไปก็เสียเวลา ต่อมาพบปัญหาจากการถูกต่อว่าจากเจ้าหน้าที่ธนาคารแห่งหนึ่ง ที่ให้บริการแบบทำให้ลูกค้าเสียหาย แถมพูดจาไม่ดี คิดจะร้องเรียนไป สคบ. มาครั้งหนึ่งแล้ว แต่ได้ร้องเรียนไปที่กรรมการผู้จัดการธนาคารก่อน ปรากฎว่ามี Feed Back ที่ดี เรื่องจึงจบ พอยอมรับได้ แต่เหตุการณ์ที่ศุภาลัยดูจะไม่คิดเลิกวางกับดักลูกค้า ยังห่วงจะมีใครตกเป็นเหยืออีกไหม หรือป่านนี้จะปรับปรุงหรือไม่ ผ่านมาหลายปีแล้ว สิ่งที่ผู้เขียนแนะนำไปนั้น จะใส่ใจแก้ไขหรือยัง ไม่ใช่จ้องแต่ค่าปรับอย่างเดียว

ส่วนปัญหาเรื่องถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียมรายปีจากบัตรเครดิตของห้างแห่งหนึ่ง แต่เราปฎิเสธการเป็นสมาชิกของปีถัดไป ยังถูกอ้างว่าเป็นหนี้ ใครเจอเรื่องแบบนี้ช่วยอ่านบทความที่บล๊อคหนึ่ง และแชร์ประสบการณ์เข้ามาว่าการบังคับเราเป็นสมาชิกต่อ เข้าข่ายละเมิดสิทธิส่วนบุคคลหรือไม่ ผลของเรื่องนี้ สรุปไม่มีสิทธิบังคับลูกค้า เรื่องถึงธนาคารแห่งประเทศไทยได้ตัดสินออกมา เราสามารถใช้เป็นบรรทัดฐานได้ เพื่อรักษาสิทธิตัวเราเอง

สังคมอยู่แบบช่วยเหลือกัน ไม่เอารัดเอาเปรียบต่อกัน นั้นดีที่สุด

เขียนต่อคราวหน้า

Annual Fee Credit Card : Blog 1

Annual Fee Credit Card: Blog ที่ 1
ทำให้ลูกค้าเชื่อมั่น & สคบ. ที่พึ่งประชาชน 
วันนี้ผู้เขียน ประสงค์จะเขียนบทความเพื่อสังคม เพราะมองว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชน หรือลูกค้าที่ถูกเอารัดเอาเปรียบ นอกจากนี้ยังต้องการให้สังคมมีบรรทัดฐาน ยอมรับว่า ก่อนหน้านี้ ประชาชนมักถูกบางบริษัทของสถาบันการเงิน บริษัทบัตรเครดิต บริษัทก่อสร้างคอนโดและอื่นๆ เอารัดเอาเปรียบ หรือไม่เกิดความเป็นธรรม คิดว่าร้องเรียน สคบ. ไปแล้ว ก็คงเงียบ แต่วันนี้ผู้เขียน อ่านพบข้อความว่า ไม่ว่าเรื่องเล็ก เรื่องน้อย หรือเรื่องใหญ่ ให้ประชาชน หรือผู้บริโภค ควรต้องร้องเรียนไปยัง สคบ. และ สคบ. มีติดตามผลให้จริง หวังพึ่งพิงได้แน่นอน ต่อไปทุกคนควรช่วยงาน สคบ. พบสิ่งไม่เป็นธรรมในสังคมต่อผู้บริโภค ต้องร้องเรียนให้มีการแก้ไขและปรับปรุงให้ถูกต้อง หากการกระทำไม่ชอบโดยกฎหมายต้องมีบทลงโทษ ความรู้เหล่านี้ ผู้เขียนได้เรียนรู้จากการร้องเรียนไปที่ สคบ.

วันนี้วันที่ 4 กรกฎาคมของทุกปี ถือว่าเป็นวันชาติของประเทศสหรัฐอเมริกา (U.S.A.) เป็นวันประกาศอิสระภาพแยกตัวออกจากสหราชอาณาจักร มีเทพีเสรีภาพที่ส่งมาจากประเทศฝรั่งเศส ทำให้ได้ชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งเสรีภาพ มีรัฐธรรมนูญที่น่าเชื่อถือ การละเมิดสิทธิผู้อื่น หรือไม่ทำตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ สังคมค่อนข้างจะลงโทษหนัก ยิ่งเรื่องสิทธิมนุษย์ชนถือเป็นเรื่องใหญ่ เพื่อให้สังคมอยู่แบบมีความสุขและเกิดความเป็นธรรม เคารพสิทธิต่อผู้อื่น ผู้เขียนก็อยากเห็นบ้านเรามีแบบนั้นบ้าง ไม่มากก็น้อย

บริษัท เรียกเก็บเงินค่าปรับที่ลูกค้าปฏิเสธจ่ายค่าธรรมเนียมรายปี (Annual Fee) โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่ง สคบ. ชี้บ่งแล้วไม่มีสิทธฺ์เรียกเก็บ หรือประชาชนมีสิทธิ์ปฏิเสธ ไม่ต้องกลัวถูกขู่ฟ้อง
**********************************************************************************